วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การใช้อินเตอร์เน็ตอย่างปลอดภัย 2


เตือนภัยการใข้ Internet Banking




ช่วงนี้เห็นข่าวเกี่ยวกับ Hacked กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะเรื่องของภัย Internet Banking ที่โดนขโมยเงินกันอย่างมากมาย วันนี้ผมเลยค้นหาข้อมูลว่าพวกเจ้าไวร้าย ไวรัส หรือพวก Hacked ทำกันแบบไหน แล้วมีวิธีป้องกันอย่างไร
ขณะนี้มีกลุ่ม Hacker ที่เป็นมืออาชีพกำลังโจมตีผู้ใช้ Internet Banking ในประเทศไทย เราจะมาดูกันว่าพวกเขาทำกันยังไงและจะป้องกันได้อย่างไร !!!
เมื่อพูดถึง Internet Banking สิ่งที่ Hacker ต้องการมีสองอย่างคือ
1.Login Name/Password เพื่อใช้ในการ login เข้าไปทำธุรกรรม
2.One Time Password เพื่อใช้ในการยืนยันการทำธุรกรรม
โดยเว็บที่ถูก Hacked ไว้แพร่เชื้อเบื้องต้นได้แก่ www.thairath.co.th, www.matichon.co.th, www.voicetv.co.th, และอื่นๆ[ถ้าเราเข้าเว็บเหล่านี้ด้วย Chrome จะมีการแจ้งเตือน โปรดระวังในการเข้าเว็บเหล่านี้ในขณะนี้] และธนาคารที่เป็นเป้าหมายที่รู้ตอนนี้คือ www.scbeasy.com, www.kasikornbank.com, www.ktbonline.ktb.co.th

อีกอย่างที่สำคัญเลยคือพวกมือถือต่างๆ ที่ต้องระวังกันสุดๆ ในเรื่องของ SMS หรือ App ต่างๆ ให้ค่อยตรวจเช็คก่อนที่จะกระทำการใดๆ และข้อมูลอีกเว็บที่จะนำข้อมูลมากฝาก
ขณะนี้มีการโจรกรรมในรูปแบบส่ง sms ช่วงนี้มีมิจฉาชีพเนียนส่ง SMS ปลอมหน้าตาเหมือนเบอร์ Call Center ของ ธนาคาร เป๊ะ ลวงให้คลิกลิงค์เพื่อดาวน์โหลดหรือติดตั้งโปรแกรม ซึ่งทางธนาคารไม่มีนโยบายในการส่งลิงค์เพื่อให้ดาวน์โหลดโปรแกรมใดๆ ผ่านมือถือเด็ดขาด
ต้องระมัดระวังเรื่อง sms ปลอม แล้ว ก็ต้องระมัดระวังเรื่องแอพที่แฝงมาด้วยมัลแวร์ หรือโทรจัน มาแอบขโมยความลับ หรือข้อมูลลับ รหัสต่างๆในเครื่องมือถือของเรา แอบส่งให้คนร้าย ซึ่งมัลแวร์หรือโทรจันเหล่านี้ โดย
- อย่าดาวน์โหลดแอพที่ไม่ได้ติดตั้งผ่านทาง AppStore และ Playstore เป็นอันขาด
- ในกรณีของ iOS อย่าง iPhone , iPod Touch , iPad ต้องไม่นำเครื่องไป Jailbreak เพราะเวลาถูก Jailbreak เพื่อลงแอพ พวกมัลแวร์ หรือโทรจัน จะแฝงเข้ามาในมือถือของเราเพื่อขโมยข้อมูลต่างๆในมือถือ โดยเฉพาะ username password และหมายเลขบัตรเครดิตได้
- ส่วนผู้ใช้ Android ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะแม้ว่าแอพนี้ผ่านการตรวจสอบจาก PlayStore ก็ยังพบแอพแฝงมัลแวร์ได้ เพราะตัวระบบปฏิบัติการ Android ยังเป็น Opensource นั่นเอง ใครๆก็ดัดแปลงได้ ดังนั้นควรโหลดแอพฮิตๆที่ไว้ใจได้มากกว่า เช่นพวก skype , Whatsapp , line เป็นต้น แอพที่คุณไม่รู้จักก็อย่าดาวน์โหลดเด็ดขาด
ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.it24hrs.com/2013/fake-mobile-sms-banking-hack/
สรุป: การใช้อินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้งหรือใส่รหัสบัตรเครดิตตัวเองเอาไว้ซื้อแอปต่างๆ ถึงแม้จะง่ายและรวดเร็ว แต่การทำให้ข้อมูลสำคัญทางการเงินของตัวเองเผยแพร่ในโลกออนไลน์นั้น อันตรายเป็นอย่่างมาก ในโลกออนไลน์มีมิจฉาชีำพที่เก่งกาจกว่าเราอีกมากมายโดยที่เราไม่ทราบว่าเขาเป็นใคร ถึงแม้อาจจะมี ip หลักฐานในคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องหรือมีหลักฐานอะไรหลายๆอย่างที่สามารถจับตัวได้ แต่อินเตอร์เน็ตสามารถทำอะไรได้หลายอย่างแม้กระทั่งการปลอมแปลงเอกสาร คุณคิดหรือว่าจะจับตัวมิจฉาชีพที่ขโมยเงินคุณไปได้อย่างง่าย

วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557

การใช้งาน Internet อย่างปลอดภัย

ทันภัยการใช้ Internet

ในปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมากกว่า 10 ล้านคน (ข้อมูลจาก NECTEC และ สำนักงานสถิติแห่งชาติ) พบว่าผู้ใช้ อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ยังมีอายุน้อย ได้แก่ กลุ่มเด็กวัยรุ่น ซึ่งเป็นผลมาจากความนิยมในการเล่นเกมส์ออนไลน์ การสนทนาออนไลน์ การอ่าน หรือเขียนบล็อกและเว็บบอร์ดผ่านทางอินเทอร์เน็ตในแทบทุกครัวเรือนที่มีเด็กและเยาวชนเป็นผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์หลักในบ้าน และจากความนิยมในการใช้ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (ADSL) ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ในวันนี้กำลังเพลิดเพลินไปกับเทคโนโลยี Web 2.0 ที่เรารู้จักกันในนามเว็บ “Social Network” เช่น เว็บ Hi5, Myspace และ Facebook ภัยอินเทอร์เน็ตสมัยใหม่จึงมุ่งไปยังกลุ่มเด็กวัยรุ่นและผู้ใช้อินเทอร์เน็ตตามบ้าน ผ่านทางการเข้าเว็บ Social Network ดังกล่าว อีกทั้งการนิยมชำระเงินและทำธุรกรรมผ่านทางระบบออนไลน์ เช่น ระบบ Internet Banking และระบบ Pay-Online ต่างๆ ทำให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีหันมาปล้นเงินผ่านทางระบบออนไลน์เพิ่มมากขึ้นด้วยวิธีการล่อลวงทาง Cyber ในแบบต่างๆ เช่น การใช้เทคนิค Phishing และ Pharming นี่้เป็นตัวอย่างหนึ่งของภัยจากการใช้อินเตอร์เน็ตที่มีมากในประเทศไทยในปี 2009 ดังนี้

ภัยจากการใช้งานระบบไร้สาย ( Threat from using Mobile and Wireless Systems ) 


ชีวิตประจำวันของเราในวันนี้จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราไม่ได้ใช้งานระบบไร้สาย เช่น การใช้งานโทรศัพท์มือถือ การใช้งาน 
Wireless LAN ที่บ้านและที่ทำงาน ตลอดจนการใช้งาน Wireless ตามศูนย์การค้าและสนามบิน เป็นต้น จากความนิยมของ
การใช้งานเครือข่ายไร้สายด้วย 1.Notebook 2.PDA 3.Smart Phone และ 4.iPhone ทำให้เรื่องความปลอดภัยของเครือข่าย
ไร้สายกลายเป็นประเด็นสำคัญขึ้นมา เพราะข้อมูลที่ถูกส่งผ่าน “อากาศ” อาจถูกแอบดักข้อมูลได้โดยเจ้าของข้อมูลไม่รู้ตัวเลย
อีกทั้งอาจถูกโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของระบบ เช่น โจมตี Access Point ด้วยวิธี Denial of Service ทำให้ Access Point ล่ม 
เป็นต้น 

การแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยในการใช้งานระบบไร้สาย สามารถสรุปได้ดังนี้ 

ควรมีการเข้ารหัสเวลารับส่งข้อมูลระหว่าง Mobile Device และ Base Station หรือ ระหว่างเครื่องลูกข่าย
Wireless LAN กับ Access Point 

เพื่อป้องกันการถูกแอบดักข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น การใช้ Packet Sniffer แอบดักข้อมูล เป็นต้น Algorithm ที่ควรนำ
มาใช้ในการเข้ารหัสที่ แนะนำในปัจจุบันคือ WPA Version 2 ขึ้นไป โดยเข้ารหัสแบบ AES Encryption 

ควรมีการตรวจสอบชื่อผู้ใช้ ( Authentication ) ก่อนการใช้งานระบบไร้สาย 
ร่วมกับการเข้ารหัสข้อมูลในข้อ 8.1 และควรใช้โปรโตคอลที่มีการเข้ารหัสเวลาทำการตรวจสอบชื่อผู้ใช้ เช่น โปรโตคอล 
https หรือใช้ Token Device ร่วมกับการใช้รหัสผ่านในรูปแบบของ “Two Factor Authentication” 

ควรทำการปิดช่องโหว่ด้วยการปิดช่องโหว่ (Hardening) ระบบให้เรียบร้อยก่อนใช้งาน 
เพราะระบบไร้สายอาจมีช่องโหว่ที่สามารถถูกโจมตีแบบ Denial of Service (DoS) Attack ทำให้ระบบไม่สามารถใช้งานได้
ตามปกติ จึงควรปิดช่องโหว่ก่อนนำมาใช้งานจริง 

ติดตั้ง Wireless IPS เพื่อป้องกันผู้บุกรุกแบบไร้สาย 
โดยอุปกรณ์ Wireless IPS จะถูกออกแบบมาพิเศษในการป้องกันการโจมตีอุปกรณ์ไร้สายได้ในหลากหลายรูปแบบ และ
เหมาะสำหรับใช้ในองค์กรมากกว่าที่จะถูกนำมาใช้งานตามบ้าน เนื่องจากมีราคาค่อนข้างสูง 

มีการกำหนดนโยบายและมาตรฐาน (Security Policy and Standard) 
และสร้างความตระหนักในการใช้งาน Wireless อย่างปลอดภัย (Security Awareness Training Program) ในการใช้งาน
ระดับองค์กร และมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้ในองค์กรเกิดความเข้าใจและรับทราบวิธีการใช้งานเครือข่ายไร้สายอย่าง
ปลอดภัยโดยผ่านการฝึกอบรม Security Awareness Training และ เซ็นรับทราบเอกสารยินยอมรับเงื่อนไขนโยบาย
เกี่ยวกับความปลอดภัยระบบสารสนเทศ Acceptable Use Policy (AUP) จะเป็นการแก้ปัญหาแบบบูรณาการ และเหมาะกับ 
องค์กรที่มีการใช้งานเครือข่ายไร้สายอย่างจริงจัง 

วันอังคารที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2557

บริการต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต


จดหมายอิเลคทรอนิกส์ (Electronic Mail)
oooooจดหมายอิเลคทรอนิกส์หรือที่เรียกกันว่า E-mailเป็นการสื่อสารที่นิยมใช้กันมากเนื่องจากผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารกับบุคคลที่ต้องการได้รวดเร็ว ภายในระยะเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะอยู่ในที่ทำงานเดียวกันหรืออยู่ห่างกันคนละมุมโลกก็ตามนอกจากนี้ยังสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อยมาก
oooooองค์ประกอบของ e-mail address ประกอบด้วย
1. ชื่อผู้ใช้ (User name)
2. ชื่อโดเมน Username@domain_name
oooooการใช้งานอีเมล สามารถแบ่งได้ดังนี้ คือ
1. Corporate e-mail คือ อีเมล ที่หน่วยงานต่างๆสร้างขึ้นให้กับพนักงานหรือบุคลากรในองค์กรนั้น เช่น u47202000@dusit.ac.th คือ e-mail ของนักศึกษาของสถาบันราชภัฏสวนดุสิต เป็นต้น
2. Free e-mail คือ อีเมล ที่สามารถสมัครได้ฟรีตาม web mail ต่างๆ เช่น Hotmail, Yahoo Mail, Thai Mail และ Chaiyo Mail

Search Engine (บริการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต)

oooooSearch Engine เป็นเว็บไซต์ที่มีเครื่องมือในการที่จะค้นหาเว็บไซต์ต่าง ๆ มาเก็บไว้ในฐานข้อมูลของ ตัวเองโดยอัตโนมัติ เช่น Google.com หรือ Altavista.com ซึ่งเครื่องมือนี้ มีชื่อเรียกว่า Search Robot จะทำหน้าที่คอยวิ่งเข้าไปอ่านข้อความจากหน้าเว็บไซต์ ของเว็บต่าง ๆ แล้วนำมาจัดลำดับคำค้นหา (Index) ที่มีในเว็บไซต์เหล่านั้น เก็บไว้ในฐานข้อมูลของตนเอง เมื่อเราเข้าไปใช้บริการ กับ Search Engine


วันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2557