วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหาด้วย "อัลกอลิทึม"

 การเขียนรหัสจําลอง (Pseudo code)

เปนเครื่องมือที่ชวยในการแก  ปญหาการเขียนจะเปนคําอธิบายที่มีโครงสรางที่ชัดเจน ไมขึ้นกับภาษาใดภาษาหนึ่ง   แตสามารถเปลี่ยนเปนภาษาทางคอมพิวเตอรไดงายจะมีการใชขอความที่เปนภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยก็ได  ในการแสดงขั้นตอนการแกปัญหา  แตจะมีการใชคําเฉพาะ(reserve  words)  ที่มีอยูในภาษาโปรแกรมมาชวยในการเขียน  โครงของรหัสจําลองจึงมีสวนที่คลายกับการเขียนโปรแกรมมาก  ดังนั้นรหัสจําลองจึงเปนเครื่องมืออีกแบบที่นิยมใชกันมากในการออกแบบโปรแกรม

ตัวอยางการเขียน รหัสจําลอง
ใหนับจํานวนนักศึกษาที่อายุ มากกวา หรือเทากับ 18  ปี และจํานวนนักศึกษาที่อายุนอยกวา 18 ปี
IF student’s age >= 18
         THEN   AdultCounter = AdultCounter + 1
          ELSE   JuniorCounter = JuniorCounter + 1
    ENDIF

 การเขียนผังงาน (flowchart)

Flowchart นั้นก็คือผังงานที่ใช้รูปภาพมาแสดงขั้นตอนการทำงาน ของโปรแกรม โดยจะใช้สัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อใช้แทนรูปแบบหรือการทำงานของ คำสั่งโปรแกรม

สัญลักษณ์ของผังงาน


วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ (Process of Technology)

 1.วิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปัญหา

 เมื่อมนุษย์เกิดปัญหาหรือความต้องการ ขั้นแรกคือ การทำความเข้าใจปัญหานั้น ๆ อย่างละเอียด หรือกำหนดขอบเขตการแก้ปัญหา ระบุความต้องการให้ชัดเจนว่าต้องการอะไร โดยเขียนเป็นข้อความสั้น ๆให้ได้ใจความชัดเจนเก็บรวบรวมข้อมูลและความรู้ทุกด้านที่ เกี่ยวข้องกับปัญหาหรือความต้องการเพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมสำหรับแก้ปัญหา หรือสนองความต้องการที่กำหนดไว้ ทำได้หลายวิธี เช่น


• รวบรวมข้อมูลจากหนังสือ วารสารต่างๆ
• สำรวจตัวอย่างในท้องตลาด
• สัมภาษณ์พูดคุยกับคนอื่น
• ระดมสมองหาความคิด
• สืบค้นจากอินเตอร์เน็ต และจากแผ่นซีดีเสริมความรู้ ฯลฯ

ข้อมูลเหล่านี้จะนำไปสู่การได้วิธีการแก้ปัญหา หรือสนองความต้องการในหลายแบบ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ซึ่งจะเป็นช่องทางที่สามารถใส่เนื้อหาที่เราต้องการให้นักเรียนได้เรียนรู้ และถือว่าเป็นช่องทางของการบูรณาการได้ดีที่สุด

 2.การเลือกเครื่องมีอและออกแบบขั้นตอน

ในขั้นนี้ เป็นการตัดสินใจเลือกแนวคิดที่ดีที่สุดสำหรับแก้ปัญหา โดยนำข้อมูล และความรู้ที่รวบรวมได้มาประกอบกันจนได้ข้อสรุปว่า จะเลือกวิธีการแก้ปัญหาหรือวิธีการสนองความต้องการเป็นแบบใด โดยวิธีการที่เลือกอาจยึดแนวที่ว่า เมื่อเลือกแล้วจะทำให้สิ่งนั้นดีขึ้น (Better) สะดวกสบายหรือรวดเร็วขึ้น(Faster speed) ประหยัดขึ้น (Cheaper) รวมทั้งวิธีการเหล่านี้ จะต้องสอดคล้องกับทรัพยากร (Resource) ที่มีอยู ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของเครื่องใช้เสมอไป อาจเป็นวิธีการก็ได้ และการออกแบบไม่จำเป็นต้องเขียนแบบเสมอไป อาจเป็นแค่ลำดับความคิด หรือจินตนาการให้เป็นขั้นตอนซึ่งรวมปฏิบัติการลงไปด้วย

 3.ดำเนินการแก้ปัญหา

ลงมือปฏิบัติทำตามในสิ่งที่ออกแบบไว้

 4. การตรวจสอบและปรับปรุง

เป็นการนำสิ่งประดิษฐ์หรือวิธีการนั้นทดลองใช้เพื่อทดสอบว่าใช้งานหรือทำงานได้ หรือไม่มีข้อบกพร่องอย่างไรหลังจากการทดสอบผลแล้วพบว่า สิ่งประดิษฐ์ที่สร้างขึ้น หรือวิธีการที่คิดขึ้นไม่ทำงานมีข้อบกพร่อง ก็ทำการปรับปรุงแก้ไข